ระบบ TMS คืออะไร? ทำไมธุรกิจขนส่งยุคใหม่ต้องใช้

ในยุคที่ต้นทุนขนส่งสูงขึ้น การแข่งขันรุนแรง และลูกค้าต้องการความรวดเร็วแบบเรียลไทม์ ระบบ TMS (Transportation Management System) กลายเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารงานโลจิสติกส์สำหรับทั้งโรงงานและบริษัทขนส่งทุกรูปแบบ ตั้งแต่ขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ขนปูน เช่ารถเครน ขนตู้คอนเทนเนอร์ ไปจนถึงขนวัตถุอันตราย

ระบบ TMS คืออะไร?

ระบบ TMS คือซอฟต์แวร์บริหารจัดการขนส่งที่ช่วยวางแผนการวิ่งรถ ตรวจสอบสถานะรถแบบเรียลไทม์ จัดเส้นทางให้มีประสิทธิภาพ ติดตามต้นทุน-รายได้ของแต่ละทริป และช่วยควบคุมงานเอกสาร เช่น ใบงาน ใบแจ้งหนี้ และใบเสร็จ

พูดง่ายๆ คือ ระบบ TMS = ระบบที่ทำให้ธุรกิจขนส่ง “เห็นภาพรวมทั้งหมด” และ “ควบคุมต้นทุนได้แบบแม่นยำ”

ประโยชน์ของระบบ TMS ที่ธุรกิจขนส่งต้องมีในปี 2025

1. ลดต้นทุนค่าน้ำมันและระยะทางด้วยการจัดเส้นทางอัตโนมัติ (Route Optimization)

ระบบ TMS ที่ดีจะช่วยคำนวณเส้นทางโดยใช้ AI เพื่อให้รถวิ่งสั้นที่สุด และจัดลำดับการส่งที่ประหยัดเวลา
→ ผลลัพธ์คือ ลดค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 10–30%

2. เพิ่มประสิทธิภาพฝ่ายปฏิบัติการ (Back Office Efficiency)

งานที่เคยต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง เช่น

  • จัดคิวรถ

  • ตรวจสอบใบงาน POD

  • คำนวณค่าจ้างรถร่วม คำนวณค่าเที่ยวค่าเบี้ยเลี้ยงรถบริษัท

  • ออกใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ ใบทำจ่าย

สามารถทำได้ ภายในไม่กี่นาที ด้วยระบบอัตโนมัติที่เชื่อมทุกข้อมูลเป็น platform เดียวกัน

3. ติดตามสถานะงานแบบ Real-Time

ผู้จัดการสามารถดูได้ทันทีว่า

  • รถคันไหนกำลังโหลดสินค้า

  • คันไหนถึงปลายทางแล้ว

  • คันไหนออกนอกรูปแบบที่กำหนด (เช่น วิ่งออกนอกเส้นทาง)

  • รูปหลักฐานจากการจัดส่งเป็นอย่างไร

ช่วยลดปัญหาความผิดพลาด และเพิ่มความโปร่งใสให้ลูกค้า

4. ควบคุมต้นทุนและรายได้ วัดกำไรต่อทริป

ระบบ TMS จะช่วยคำนวณ

  • ค่าน้ำมัน

  • ค่าแรง

  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ

  • รายได้ของแต่ละทริป

  • ต้นทุน fix cost ต่างๆที่ระบบอัตโนมัติหารเฉลี่ยลงไปในทริปให้อัตโนมัติ

แล้วสรุปเป็น กำไรสุทธิแบบอัตโนมัติ นี่คือสิ่งที่ช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจได้เร็วขึ้นและแม่นขึ้น

5. ยกระดับภาพลักษณ์บริษัทให้ลูกค้าเชื่อมั่น

ธุรกิจขนส่งที่มีระบบ TMS มักผ่านมาตรฐานมากกว่า เช่น ISO, Safety, KPI หรือการประมูลงานกับบริษัทใหญ่
เป็นจุดที่ช่วยให้ ชนะคู่แข่งที่ยังทำงานแบบแมนนวล


ระบบ TMS เหมาะกับธุรกิจประเภทไหนบ้าง?

  • โรงงานที่มีรถขนส่งของตัวเอง

  • บริษัทขนส่งอุปโภคบริโภค

  • รถเครนและงานยก

  • รถขนตู้คอนเทนเนอร์

  • รถขนปูนซีเมนต์

  • รถขนวัตถุอันตราย (Hazmat)

  • รถร่วมขนาดเล็ก–ใหญ่

  • บริษัทกระจายสินค้าแบบมีหลายสาขา

เรียกได้ว่าเหมาะกับทุกธุรกิจที่ต้องการ ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และต้องการขยายรถเพิ่มในอนาคต

วิธีเลือกระบบ TMS ให้เหมาะกับองค์กร

1) ต้องรองรับงานหลายรูปแบบในบริษัทเดียว

เพราะหลายบริษัทมีทั้ง

  • วิ่งเหมาวัน คิดค่าขนส่งแบบรายวัน / รายเดือน

  • คิดตามเที่ยว

  • คิดตามกิโล

  • คิดรายชั่วโมง

  • คิดตามจำนวนชิ้น หรือ ตามประเภทสินค้า

TMS ที่ดีต้องตั้งกฎได้หลายแบบในระบบเดียว

2) ต้องใช้งานง่าย (ไม่ต้องอบรมยาว)

เพราะทีมงานหรือผู้ประสานงานต้องใช้ทุกวัน หากระบบยุ่งยาก → จะไม่ยอมใช้ → ระบบล้มเหลว

3) มีระบบ POD ที่เสถียร

รองรับทั้ง iOS/Android โดยเฉพาะมือถือนักขับที่รุ่นเก่า

4) มีบริการหลังการขายที่ไว

เพราะงานขนส่งมีปัญหาได้ทุกนาที หากระบบล่มหรือใช้งานไม่ได้ 1 ชั่วโมง = ความเสียหายเป็นพัน–หมื่นบาท


ระบบ TMS ที่ตอบโจทย์ธุรกิจไทย — Treasure Innovation

ระบบ TMS ของ Treasure Innovation ได้รับการออกแบบร่วมกับผู้ประกอบการโลจิสติกส์ตัวจริง จึงตอบโจทย์งานขนส่งในไทยโดยเฉพาะ เช่น

  • AI VRP จัด 1,000 จุดใน 30 วินาที

  • คำนวณรายได้–ต้นทุนอัตโนมัติทุกทริป

  • POD App เสถียร ใช้ได้แม้มือถือรุ่นเก่า

  • ระบบบัญชีในตัว (ออกบิล ใบเสร็จ จ่ายรถร่วม)

  • ทีมซัพพอร์ตผ่าน LINE + วิเคราะห์ข้อมูลการขนส่ง

Treasure TMS จึงเหมาะกับองค์กรที่ต้องการขยายรถจำนวนมาก ลดต้นทุน และทำงานในรูปแบบมาตรฐานบริษัทใหญ่


สรุป: ทำไมปี 2025 ธุรกิจขนส่งต้องมีระบบ TMS

เพราะระบบ TMS คือเครื่องมือที่ช่วยให้คุณ

  • ลดต้นทุน

  • เพิ่มประสิทธิภาพ

  • ขยายธุรกิจได้ง่าย

  • เพิ่มความพึงพอใจให้ลูกค้า

  • บริหารงานได้โปร่งใสและแบบเรียลไทม์

เหมาะกับทั้ง โรงงาน, บริษัทรถบรรทุก, และธุรกิจโลจิสติกส์ทุกรูปแบบ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม บริษัท เทรชเชอร์ อินโนเวชั่น จำกัด
โทร : 02-096-5479 / 086-584-2510
อีเมล : support@treasureinnovation.com